3 สิงหาคม 2559

เยือน "ปราสาทนอยชวานสไตน์ " ( Neuschwanstein Castle)

ร้างลาการรีวิวทริปมาพักใหญ่  เมื่อหนึ่งในเพื่อนรักอุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลแวะมาเยี่ยมเยือน ก็ต้องจัดกันสักทริป เราอาจจะไม่ได้เรียงลำดับวันการเดินทางแต่จะพยายามทยอยรีวิวสถานที่ ที่ได้ไปเยือนให้ครบ
ที่แรก เรามาเริ่มกันกับปราสาทที่เป็นที่รู้จักกันดี จากการเป็นต้นแบบของการสร้างปราสาทเทพนิยายเจ้าหญิงนิทราของดิสนีย์แลนด์อันโด่งดัง

ภาพจาก : http://images.google.de/imgres?imgurl=http%3A%2F%2Fwww.evacation.org%2Fwp-content%2Fuploads%2F2014%2F12%2FNeuschwanstein-Castle-Germany-Pictures.jpg&imgrefurl=http%3A%2F%2Fwww.evacation.org%2Fneuschwanstein-castle-germany-awesome-structure%2F&h=1600&w=2560&tbnid=l2MlogX91dpj5M%3A&docid=ffwdcYuV8JoagM&ei=jOahV8HJCYv3UuSqrOAB&tbm=isch&client=firefox-b&iact=rc&uact=3&dur=641&page=1&start=0&ndsp=14&ved=0ahUKEwjBv4DBoqXOAhWLuxQKHWQVCxwQMwg3KAkwCQ&bih=632&biw=1193


เนื่องจากทริปนี้เราเดินทางด้วยกัน 3 คน จึงเลือกที่จะขับรถกันไปจากแฟรงค์เฟิร์ต ใช้เวลาประมาณ 5 ชม. แต่ถ้าใครจะเดินทางด้วยรถไฟก็สะดวก นั่งจากสถานีรถไฟแฟรงค์เฟิร์ตไปยังสถานีรถไฟมิวนิค (Frankfurt Hbf - Munchen Hbf) ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. 
(ถ้าจองตั๋วล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน ราคาตั๋วจะถูกกว่า สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทางเว็บไซด์
http://www.thetrainline-europe.com/train/frankfurt-to-munich~8096021~8000261 , https://www.raileurope.com/european-trains/ice/how-to-book.html)

จากมิวนิคนั่งรถไฟต่อไปยังสถานีรถไฟฟูเซ่น (Fussen) ต่อรถบัสไปที่หมู่บ้าน โฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau village) แล้วจึงค่อยขึ้นต่อไปยังตัวปราสาท
ซึ่งก่อนจะเข้าชมปราสาท เราต้องแวะซื้อตั๋วที่ศูนย์จำหน่ายตั๋วด้านล่าง การเข้าชมปราสาทจะต้องผ่านไกด์ทัวร์เท่านั้น ใช้เวลาโดยประมาณ 35 นาทีต่อรอบ
 ( ถ้าจะให้ดีควรจองตั๋วล่วงหน้าหากเพื่อนๆมีเวลาจำกัด จะได้ไม่พลาดการเข้าชม ส่วนราคาตั๋วมีให้เลือกหลายแพคเกจ สามารถดูข้อมูลได้ : http://www.neuschwanstein.de/englisch/tourist/ )


พอได้ตั๋วเรียบร้อยก็สามารถแพลนกิจกรรมต่อไปกันได้ สำหรับเรามีเวลากันจำกัดจึงเลือกที่จะเข้าชมแค่ปราสาทนอยชวานสไตน์ ส่วนปราสาทที่เหลือ ขอเยี่ยมชมแค่ด้านนอกและเดินเล่นเก็บภาพไปเรื่อยๆดีกว่า

การจะไปให้ถึงตัวปราสาทนอยชวานสไตน์ก็มีให้เลือกอีกว่า จะเดินเล่นกินลมชมวิวขึ้นไปเรื่อยๆ หรือจะนั่งรถม้าซึ่งสนนราคาอยู่ที่คนละ ~ 5 ยูโร หรือ ถ้าถูกหน่อยก็สามารถนั่งรถบัสขึ้นไป  ไหนๆก็ไหนๆแล้วขอเลือกแบบไม่เหนื่อยแล้วก็ได้ชมวิวธรรมชาติสวยๆกับการนั่งรถม้าขึ้นไป



(ปล. ม้าที่นี่ตัวใหญ่กว่าที่เมืองไทยมาก :) )

ลงจากรถม้าเราก็เดินต่อขึ้นไปอีกหน่อยกว่าจะถึงตัวปราสาท น่าเสียดายเรามาถึงช่วงบ่ายทำให้รูปที่ถ่ายกับตัวปราสาทมืดดำไปนิด แต่ก็ยังเห็นความอลังการของตัวปราสาท




ปราสาทนี้สร้างโดยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 เพื่อหวังให้เป็นที่ประทับห่างผู้คน ใช้ชีวิตอย่างสันโดษ และอีกนัยนึงทรงสร้างปราสาทให้เป็นไปตามบทประพันธ์เรื่อง "อัศวินหงษ์" อุทิศให้แก่กวี ชื่อริชาร์ด วิกเนอร์ ซึ่งเป็นกวีที่โปรดปรานเป็นพิเศษเมื่อสมัยยังเยาว์วัย จากสไตล์การแต่งเนื้อหาโอเปร่าที่เต็มไปด้วยอุดมคติและจินตนาการแบบเทพนิยาย ภายในปราสาทจึงได้รับการตกแต่งไปตามเรื่องราวในบทประพันธ์ โดยนักออกแบบทางการละคร ชื่อ คริสเตียน แจงค์  น่าเสียดายภายในปราสาทไม่อนุญาตให้เราถ่ายรูป เลยได้แต่เก็บภาพความสวยงามภายนอกปราสาทมาฝากกัน



เดินชมกันพอหอมปากหอมคอ เราก็ออกมาเดินเล่นกันต่อด้านนอก  หากเดินเลยไปด้านข้างปราสาทอีกหน่อย จะพบกับสะพาน มาเรียนบรุ๊คหรือ อีกชื่อคือ แมรี่บริดจ์ ที่เราสามารถเก็บภาพตัวปราสาทได้เต็มๆทั้งปราสาท  แต่น่าเสียดายครั้งที่ 2 ของทริปนี้ วันที่เราไปเค้าทำการปิดซ่อมสะพาน


ขากลับลงจากปราสาทเราเลือกที่จะเดินชมวิวกันมาเรื่อยๆ เพราะยังพอมีเวลาเหลือ            เราเดินต่อกันไปที่ทะเลสาบที่อยู่ใกล้ๆ,    พิพิธภัณฑ์บาวาเรียน   และเลยไปจนถึงปราสาทโฮเฮนชวานเกา ( Hohenschwangau castle )



ทะเลสาบที่อยู่ใกล้ๆ

พิพิธภัณฑ์บาวาเรียน

ปราสาทโฮเฮนชวานเกา  Hohenschwangau castle



ก่อนที่จะออกเดินทางกันต่อ ไปยังเมืองมิวนิค GPS เกิดผิดพลาดกันเล็กน้อย เพราะทางที่ GPS เลือกให้  ดันมีการปิดทางซ่อมแซม ทำให้เสียเวลากันไปนิดหน่อย แต่อย่างน้อยเราก็ได้เก็บภาพความงามของปราสาทอีกมุมนึงพร้อมกับภาพโบสถ์ที่อยู่ใกล้ๆ


ทริปหน้าจะมารีวิวเมืองมิวนิคอย่าลืมติดตามกัน


29 กรกฎาคม 2559

เค้กกล้วยหอม ( Banana cake )

ห่างหายกันไปนาน กลับมาอีกครั้งเมื่อกล้วยที่ซื้อมาสุกงอม กินไม่ทัน เลยต้องหาตัวช่วยกับเมนู        "เค้กกล้วยหอม"
(สูตรนี้จะได้ประมาณ 1 ถาด กับ 8 ถ้วยมัฟฟิน)



เครื่องปรุง ( Ingredients )
  • กล้วยหอมสุกบด 1 1/2 ถ้วย
  • นมสด 4ชต.
  • กลิ่นวนิลา 1 ชช.
  • แป้งสาลีเอนกประสงค์ 2ถ้วย
  • ผงฟู 1ชช. 
  • เบ็กกิ้งโซดา 1ชช. 
  • เนยเค็ม (ที่อุณกภูมิห้อง) 250 กรัม
  • น้ำตาลทรายละเอียด 1 1/2 ถ้วย
  • ไข่ 4ฟอง
  • เกลือ 1/4 ชช.

วิธีทำ
1. เปิดเตาอบรอไว้ที่อุณหภูมิ 160 C
2. นำกล้วยบด ผสมกับ นมและวนิลา คนให้เข้ากัน พักไว้
3. ผสมแป้ง ผงฟู เกลือ เบ็กกิ้งโซดา คนให้เข้ากัน พักไว้
4. นำเนยที่ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง มาตัดเป็นเต๋าเล็กๆเพื่อจะได้ตีให้ฟูง่ายขึ้น เทลงโถผสมตีจนเนยขึ้นฟูจึงค่อยๆเทน้ำตาลลงไปตีด้วยจนเข้ากัน (แบ่งใส่ประมาณ 2-3ครั้งจนหมด) จากนั้นใส่ไข่ลงไปตี ใส่ทีละฟอง ตีจนไข่เข้าเป็นเนื้อเดียว จึงใส่ใบต่อไปลงตี ทำจนครบจำนวน
5. พอส่วนผสมข้อ 4 เป็นเนื้อเดียวกันดี เทส่วนผสมข้อ 2 ลงไปตีให้เข้ากัน จากนั้นจึงค่อยเทส่วนผสมแป้งลงไปผสม (แบ่งเทประมาณ 2-3ครั้ง) ค่อยๆตล่อมจนแป้งผสมเข้าเป็นเนื้อเดียว จึงเทลงพิมพ์ (ควรใส่ประมาณ 2/3 ของพิมพ์ ) แล้วนำเข้าอบประมาณ 35-40 นาที กรณีเป็นพิมพ์ฟอยด์สีเหลี่ยมดังรูป
หรือสามารถเช็คว่าสุกหรือไม่โดย ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มตรงกลางพิมพ์แล้วดึงออก ถ้าไม่มีตัวแป้งติดไม้มาแสดงว่าสุกดี
*** หากใช้พิมพ์มัฟฟิน อบที่ไฟ 175C ประมาณ 15-20 นาที


English Version

Ingredients 
  • mashed ripe bananas 11/2 cup
  • milk 4 tbsp
  • vanilla aroma 1 tsp
  • all purpose powder 2 cup
  • baking powder 1 tsp
  • baking soda 1 tsp
  • salted butter ( room temperature ) 250 g
  • sugar 1 1/2 cup
  • eggs 4 
  • fine salted 1/4 tsp                                                                                                                             
Start with

    1.   Heat oven to 160 C
    2.   Put mashed ripe bananas, milk and vanilla aroma in the bowl and mix together.
    3.   Mix all purpose powder, baking powder and baking soda in another bowl.
    4.   Cut butter ( room temperature ) into small dice in order to more easily beat, put butter in the big bowl and beat it until rise up then add sugar little by little ( about 2-3 times ) until mix well , add eggs ( one by one ) and beat it until mix together well.
    5.   Pour prepared ingredients no. 2 into the bowl of mixed butter and blended together, add dry ingredients no. 3 in to the bowl ( pour about 2-3 times ) and stir until well mix. Then pour it into mold.
    6.    Bring it into the oven, bake for 30 - 45 mins until cooked. Remove from the oven and leave to cool completely before remove from mold

Tips :  should put prepared ingredient only 2/3 of mold

 


17 พฤศจิกายน 2558

แอปเปิ้ลตาเตง (Apple tatin)

มาลองเมนูหวานๆ ทำง่ายไม่ยุ่งยากกับเมนู "แอปเปิ้ลตาเตง (Apple tatin)"


เครื่องปรุง (Ingredients)

  • แอปเปิ้ลเขียว
  • แผ่นแป้ง puff pastry
  • น้ำตาล 120 กรัม
  • ครีม 1 ชต
  • เนย 20 กรัม
  • ผงอบเชย 1/4 ชช
  • วนิลลา1/4 ชช
  • เกลือ 1/4 ชช
วิธีทำ
1. เตรียมเตาอบตั้งไฟที่ 180 องศารอไว้
2. นำแอปเปิ้ลมาล้าง ปอกเปลือก ฝานเป็นชิ้นบาง (ขณะเตรียมให้แช่แอปเปิ้ลที่ปอกแล้วในน้ำที่ผสมเกลือ ช่วยให้แอปเปิ้ลไม่เปลี่ยนสีคล้ำ)
3. นำหม้อหรือกะทะ ( แสตนเลส) ตั้งไฟรอร้อน ใส่น้ำตาล+น้ำเล็กน้อย เคี่ยวจนน้ำตาลละลายเริ่มเป็นฟอง ใส่ผงอบเชย วนิลลา และเกลือ คนให้เข้ากัน จึงใส่แอปเปิ้ลลงไปรอให้น้ำตาลเคลือบแอปเปิ้ลสักพัก
4. ขณะรอน้ำตาล นำแผ่นแป้งมารีดเป็นแผ่นบาง ตัดแป้งให้ขนาดใหญ่กว่าพิมพ์เล็กน้อย (พิมพ์ที่ใช้เป็นแบบกลมขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 20 ซม)
5. พอน้ำตาลเคลือบแอปเปิ้ลเป็นสีน้ำตาลทองสวยดี ให้ใส่เนยและครีม คนให้เข้ากัน จากนั้นปิดไฟยกออกจากเตา นำแอปเปิ้ลจัดเรียงในพิมพ์ให้สวยงาม แล้วราดด้วยซอส
นำแผ่นแป้งที่เตรียมไว้วางประกบลงในพิมพ์ แล้วนำเข้าอบ นานประมาณ 20-25 นาที (ดูว่าแป้งสุกเป็นสีทองสวย)
6. นำทาร์ตที่ได้ออกมาพักจนเย็นจึงค่อยใช้จานที่ใหญ่กว่าพิมพ์ครอบ แล้วเทตัวทาร์ตออกจากพิมพ์ เป็นอันเสร็จเสิร์ฟคู่ไอศครีม อร่อยเข้ากัน


English Version

Ingredients
  • green apple 2-3
  • brown sugar 110 g
  • ground cinnamon 1/4 tsp
  • fine salt 1/4 tsp
  • vanilla aroma 1/4 tsp
  • butter 20 g
  • cream 1 tbsp
  • pastry puff  
Start with

    1.    Heat oven to 180C ,peel apples and cut to thin slices. 
    2.    In a pan, put brown sugar and water (~30 ml) cook over low heat when the sugar is dissolving and begins to bubble ,add ground cinnamon, vanilla and salt then stir to combine. Add apples in to a pan and wait for the sugar-coated apples.
    3.    Roll out pastry puff on a lightly floured surface ( not too thin ) and cut pastry puff just to larger than tart tin a bit.
    4.    Back to a pan if color of apples turns to light brown. Add butter and cream, stir to combine then remove from the heat.
    5.    Arrange the apple into a tart tin and pour residual sauce on top , place pastry puff and set the pastry to cover apples.
    6.    Bring apple tart tin into the oven, bake for 20-25 mins until cooked. Remove from the oven and leave to cool completely before remove from tart tin.

10 พฤศจิกายน 2558

แพนเค้ก ( Pancake )

เมนูมื้อเช้ากะแพนเค้กทำง่าย เสิร์ฟคู่กับผลไม้สดชื่นใจ
 
เครื่องปรุง ( Ingredients )
  • แป้งสาลีเอนกประสงค์ 100กรัม
  • ไข่สด 1 ฟอง
  • ผงฟู 2 ชช
  • น้ำตาลทราย 1+1/2 ชช
  • เกลือ 1/4 ชช
  • เนย 30 กรัม
  • นมสด 100 มล
 
วิธีทำ
1. นำส่วนผสมแห้งทั้งหมด คนผสมให้เข้ากัน
2. ละลายเนย โดยใช้ไมโครเวฟ( ประมาณ 40 วินาที)
3. ช่วงที่รอเนย นำไข่ตอกใส่ลงในโถผสมของแห้ง ตามด้วยนมสด คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน พอเนยละลายดี 
ก็ค่อยๆเทเนยลงผสมคนต่อจนแป้งเข้ากันดี
4. นำกะทะเคลือบ หรือกะทะทอดเครป ตั้งไฟรอร้อน อาจใช้เนยทากะทะบางๆกันติด จากนั้นเทแป้งที่เตรียมลงทอด 
กะพอแป้งสุกสีสวยดี นำจัดลงจานเสิร์ฟพร้อมผลไม้สดราดด้วยน้ำผึ้งหรือไซรัปตามชอบ
 
 

21 กันยายน 2558

สปาเก็ตตี้เบคอน อะกลิโอ (Bacon spaghetti aglio)

เมนูง่ายๆ สปาเก็ตตี้เบคอน อะกลิโอ


เครื่องปรุง

  • เส้นสปาเก็ตตี้
  • เบคอน
  • กระเทียมฝานบางๆ
  • มะเขือเทศ
  • ผงออริกาโน่
  • เกลือ
  • น้ำมันมะกอก
  • พริกไทย
  • พาสลีย์สับ
  • พริกแห้งป่นแบบหยาบ

วิธีทำ
1. นำหม้อตั้งไฟใส่น้ำ และเกลือ ต้มเส้นตามระยะเวลาข้างซอง
2. กะเวลาว่าเส้นสุกไปได้ครึ่งทาง ก็นำกะทะตั้งไฟใส่น้ำมันมะกอกเล็กน้อย รอร้อน
ใส่เบคอน ทอดจนเริ่มสีสวย ใส่กระเทียม ใส่มะเขือเทศ ปรุงรสด้วยพริกไทย พริกแห้งป่น ผงออริกาโน่ เมื่อเส้นพร้อม เทลงกะทะ เคล้าเส้นให้เข้ากันดี ถ้าดูว่าแห้งไป เติมน้ำที่ใช้ต้มเส้นเล็กน้อย กะพอน้ำขลุกขลิก ชิมรสตามชอบ โรยด้วยพาสลีย์สับ ปิดไฟยกออกจากเตาตักเสิร์ฟ

14 กันยายน 2558

เกี๊ยวน้ำหมูสับ" ( Pork dumpling soup)

เกี๊ยวน้ำหมูสับ"


เครื่องปรุง
  • หมูสับ
  • ผักชีซอย
  • ต้นหอมซอย
  • น้ำมันหอย
  • ซีอิ๊วขาว
  • กระเทียม+รากผักชี ตำละเอียด
  • แผ่นเกี๊ยว
  • น้ำสต็อกไก่
  • ผักกาดขาวหรือผักอื่นๆตามชอบ

วิธีทำ
1. นำหมูสับใส่โถผสม ตามด้วยกระเทียม+รากผักชีตำละเอียด น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว ผักชีซอย ต้นหอมซอย เคล้าให้เข้ากัน พักไว้
2. เตรียมแผ่นเกี๊ยว ตักหมูที่ปรุงไว้ใส่ ห่อเกี๊ยว ปริมาณแล้วแต่ตามต้องการ พักไว้

3. นำหม้อใส่น้ำสต็อกไก่ตั้งไฟ รอเดือด เติมผักกาดขาวหรือผักอื่นๆตามชอบช่วยเพิ่มความหวานของน้ำซุป ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว รอเดือด ใส่เกี๊ยวหมู รอเกี๊ยวสุก ชิมรสตามชอบ รอเดือดอีกครั้ง ยกออกจากเตาพร้อมเสิร์ฟ

9 กันยายน 2558

ยำไข่ดาว ( Spicy egg salad)

มีเมนูยำง่ายๆมาฝากกับเมนู " ยำไข่ดาว"


เครื่องปรุง

  • ไข่
  • น้ำปลา
  • น้ำมะนาว
  • น้ำตาล
  • พริกขี้หนู
  • หัวหอมใหญ่
  • มะเขือเทศ
  • ต้นหอม
  • ผักชี/ขึ้นฉ่าย
  • น้ำมัน

วิธีทำ
1. ล้างและหั่นผักที่กล่าวข้างต้น เตรียมไว้
2. ทอดไข่ดาว ใช้ไฟกลางค่อนแรงทอดไข่เพื่อให้ได้ไข่ที่กรอบ พักไว้
3. เตรียมน้ำยำโดยละลายน้ำตาลกับน้ำปลา คนจนละลายดี เติมน้ำมะนาว พริกขี้หนูหั่นฝอย ชิมรสตามชอบ
4. เอาผักที่หั่นเตรียมไว้เทลงโถผสม(ยกเว้นผักชี) ราดน้ำยำแล้วเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นใส่ไข่เคล้าให้เข้ากีนอีกครั้ง โรยผักชี จัดลงจานพร้อมเสิร์ฟ


7 กันยายน 2558

ข้าวราดแกงเขียวหมูกะหมูสับก้อนทอดกระเทียมพริกไทย ( Fried garlic and pepper pork ball )

ข้าวราดแกงร้อนๆ จานละ 30 บาทจร้า กะเมนู "ข้าวราดแกงเขียวหมูกะหมูสับก้อนทอดกระเทียมพริกไทย"

เครื่องปรุง ( Ingredient )

  • หมูสับ ( ถ้าจะให้อร่อยต้องหมูติดมัน)
  • กระเทียมสับ
  • น้ำปลา
  • ซีอิ้วขาว
  • พริกไทย
  • น้ำมัน
  • น้ำตาล

วิธีทำ
1. นำหมูสับใส่โถ ใส่น้ำปลา ซีอิ๊วขาว กระเทียมสับ น้ำตาลเล็กน้อย พริกไทย นวดเคล้าให้เข้ากันดี พักทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาที
2. ตั้งกะทะ ใส่น้ำมันรอร้อน ปั้นหมูที่เตรียมไว้เป็นก้อนกลม แผ่ให้เป็นแผ่นแบนๆ( เวลาทอดจะได้สุกเท่ากัน) นำลงทอดในกะทะ ทอดจนหมูสีสวยและสุกดี ตักพักไว้ เก็บไว้กินคู่กะเมนูอื่นๆ หรือกินกะข้าวสวยร้อนๆอย่างเดียวก็อร่อยเด็ด


31 สิงหาคม 2558

บัวลอยไข่หวาน ( Bualouy - kaiwan)

"บัวลอยไข่หวาน"


เครื่องปรุง (Ingredient)
  • แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วย 
  • แป้งมัน 20 กรัม
  • น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
  • ไข่ไก่
  • สีผสมอาหาร
  • กะทิ
  • น้ำตาลปี๊บ
  • น้ำตาลทราย
  • เกลือ
  • ใบเตย
วิธีทำ
1.นวดแป้งและน้ำเปล่าให้เข้ากัน ค่อยๆเพิ่มน้ำจนแป้งนุ่มดี
2.แบ่งแป้งเป็น 4 ส่วน 3
ส่วนให้ใส่สีผสมอาหารลงไป อยากให้สีเข้มมากน้อยกะตามความชอบ นวดให้เข้ากัน และปั้นแป้งที่ผสมสีแล้ว เป็นก้อนกลมๆเล็กๆ ขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย พักไว้ โดยคลุมด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำหมาดๆ
3.ทำไข่หวาน ตามจำนวนที่จะรับประทาน (นำ
น้ำ ใส่หม้อ ใส่น้ำตาล ตั้งไฟ รอจนน้ำตาลละลายดี ถ้าเดือดมากให้ลดไฟอ่อน แล้วค่อยใส่ไข่ลงไป รอไข่สุก ตักพักไว้)
4.ทำน้ำกะทิ โดยนำกะทิ+น้ำ ใส่หม้อ ใส่น้ำตาล เกลือ ใบเตย คนให้เข้ากัน นำไปตั้งไฟอ่อนๆ จนน้ำตาลละลาย ชิมรส ปรับรสตามชอบ อุ่นรอไว้
5.ต้มน้ำให้เดือด นำแป้งในข้อ 2 มาลวก ถ้าเม็
ดแป้งลอยขึ้นมา แปลว่าสุกแล้ว ให้ทิ้งไว้อีก 30 วินาที ใช้กระชอนช้อนขึ้นมา และนำไปล้างน้ำเย็น แล้วนำไปใส่ในหม้อน้ำกะทิ เติมหัวกะทิ คนให้เข้ากัน ใส่ไข่หวาน ปิดเตา ตักใส่ชาม พร้อมเสิร์ฟ

ที่มาของสูตร : 
https://www.facebook.com/742526219164684/photos/pb.742526219164684.-2207520000.1441007877./880425278708110/?type=3&theater

26 สิงหาคม 2558

พะแนงไก่ (Chicken with red curry)

พะแนงไก่แบบลูกครึ่ง (คือรสชาดไม่เผ็ดมาก) 


เครื่องปรุง

  • ไก่(หั่นเป็นชิ้น)
  • เครื่องแกงพะแนง
  • หัวกะทิ (ไม่มีกะทิสด กะทิกล่องก็ใช้ได้จร้า)
  • น้ำตาล
  • น้ำปลา
  • พริกชี้ฟ้า
  • ใบมะกรูด
  • มะเขือพวง(ถ้ามี)

วิธีทำ
1. ตั้งกะทะ ใช้ไฟกลาง เทกะทิ(ไม่ต้องเยอะมาก)ลงไป ใส่เครื่องแกง(กะเอาตามความชอบ เผ็ดมากน้อย หรือกะตามปริมาณไก่) ผัดให้เข้ากันจนกะทิเริ่มแตกมัน 

2. ใส่ไก่ลงผัดกะเครื่องแกง ผัดจนไก่สุกดี เติมกะทิที่เหลือกะเอาพอน้ำขลุกขลิก (ถ้ากลัวอ้วน อาจเติมน้ำแทน) พอเดือด ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาล ชิมรส จากนั้นใส่มะเขือพวง พริกชี้ฟ้า รอเดือดอีกสัก 2-3 นาที จากนั้นใส่ใบมะกรูด ปิดไฟยกออกจากเตา เสิร์ฟพร้อมข้าวร้อนๆ


21 สิงหาคม 2558

แซลมอนราดน้ำจิ้มซีฟู้ด " Salmon with Thai spicy sauce "

ปลาแซลมอนราดน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บๆ


เครื่องปรุง
  • ปลาแซลมอน ( ถ้าไม่มีแซลมอนสดอาจใช้แซลมอนรมควันแทนได้)
  • พริกซอยละเอียด 
  • กระเทียมสับละเอียด 
  • ผักชีสับละเอียด 
  • ใบสาระแหน่สับละเอียด 
  • น้ำปลา 
  • น้ำตาล 
  • น้ำมะนาว
วิธีทำ
1) เตรียมนำ้จิ้มโดยผสม ส่วนผสมข้างต้นเข้าด้วยกัน ชิมรสให้เปรี้ยวนำเค็ม (ถ้าใช้แซลมอนรมควันปรุงให้เค็มน้อยหน่อยเพราะแซลมอนรมควันจะมีความเค็มอยู่แล้ว)
2) จัดแซลมอนลงจานแล้วราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ด พร้อมเสิร์ฟ


17 สิงหาคม 2558

" ปอเปี๊ยะสดเวียดนาม" (Vietnamese spring roll)

เมนูสดชื่นและดีต่อผู้ต้องการควบคุมน้ำหนักกับ " ปอเปี๊ยะสดเวียดนาม"


เครื่องปรุง

  • แผ่นแป้งเมี่ยง
  • ผักสดตามชอบเช่น ผักกาดหอม แตงกวา แครอท ใบโหระพา ใบสาระแหน่
  • กุ้งลวกสุก
  • เส้นขนมจีน(ถ้ามี)

สำหรับน้ำจิ้ม

  • น้ำ
  • น้ำส้มสายชู
  • น้ำตาลทราย
  • พริก
  • เกลือ
  • กระเทียมสับ
  • ถั่วลิสงคั่วบด(ถ้ามี)

วิธีทำ
1. เริ่มทำน้ำจิ้มโดย นำหม้อใส่น้ำ น้ำส้มสายชู, น้ำตาลทราย เกลือ ตั้งไฟอ่อนเคี่ยวจนน้ำตาลละลายและเริ่มข้นขึ้น ชิมรส จากนั้น นำออกพักจนเย็น ใส่พริกและกระเทียม คนให้เข้ากัน ตอนเสิร์ฟโรยถั่วลิสงคั่วบดหยาบ
2. เตรียมปอเปี๊ยะ หั่นแตงกวา แครอท เป็นแท่งยาวเตรียมไว้ นำแผ่นแป้งเมี่ยงจุ่มในน้ำจนแป้งเริ่มนิ่ม วางลงบนเขียวหรือจานที่ใหญ่กว่า แป่นแป้ง จัดวางผักกาดหอม แตงกวา แครอท กุ้งลวก ใบโหระพาและสาระแหน่ ม้วนแป้งให้แน่นพอประมาณ จากนั้นตัดเป็นชิ้น (ถ้ายังไม่รับประทานทันทีควรปิดด้วยพลาสติกใสมิดชิด เพื่อไม่ให้แผ่นแป้งแห้งไป)


10 สิงหาคม 2558

เมนู "แซนวิชแซลมอนรมควัน" ( Smoked salmon sandwich )

เมนูแซนวิชแซลมอนรมควันที่ทำง่ายๆไว้พกไปทานที่ทำงาน หรือเวลาเดินทางไกล 


เครื่องปรุง ( Ingredients)
ขนมปัง(ตามชอบ)

เนย
แซลมอนรมควัน
ผักสลัด
มะเขือเทศเชอร์รี่

วิธีทำ
ตัดขนมปังแบ่งครึ่ง ทาเนย จัดวางผัดสลัดและมะเขือเทศเชอร์รี่ ตามด้วยแซลมอนรมควัน


29 กรกฎาคม 2558

ความงาม " วัดไทย "

ใกล้ถึงวันพระใหญ่กันเข้ามาแล้ว เลยขอรีวิววัดสวยๆในกรุงเทพฯ 
ที่นอกจากจะได้ไปไหว้พระทำบุญ ทำจิตใจให้ผ่องแพ้วกันแล้ว 
ยังได้เที่ยวชมความงามและได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน
วัดแรกที่อยากนำแนะนำเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองมาช้านานคือ " วัดพระแก้ว " 
หรืออีกชื่อนึงคือวัดพระศรีรัตนศาสดาราม 
เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง โดยเป็นวัดที่รัชกาลที่1. 
ทรงโปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานของ 
พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรที่ได้ทรงอัญเชิญมาจากกรุงเวียงจันทน์ 
ทรงสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2325  อายุมากกว่า 200ปี 
ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาโดยตลอดจึงยังคงความสวยงามมาจนทุกวันนี้
วัดที่สอง อยู่ไม่ไกลจากวัดพระแก้วเดินเลียบลัดเลาะกำแพงวังไปทางท่าช้างเรื่อยๆ ก็จะพบกับ 
"วัดโพธิ์ " 
ชื่อทางราชการเรียกว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร 
เป็นวัดประจำรัชกาลที่1 
โดยพระประธานในอุโบสถยังเป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของพระองค์ท่านไว้ด้วย
ส่วนวัดท้ายสุดที่อยากแนะนำก็ยังอยู่ในละแวกใกล้เคียงกันเพียงแค่นั่ง
เรือข้ามฝากไป นั่นคือ " วัดแจ้ง" หรือวัดอรุณราชวราราม 
เป็นวัดโบราณที่สร้างตั้งแต่สมัยอยุธยา 
ในสมัยพระเจ้าตากสินมหาราชได้โปรดให้สร้างพระราชวังที่ประทับ 
วัดแจ้งจึงกลายเป็นวัดภายในพระราชวังและยังเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้ว
มรกตในปี 2322 ก่อนที่ย้ายมาประดิษฐานที่วัดพระแก้วในภายหลัง
สถาปัตกรรมของไทยนั้นมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ 
ทุกครั้งที่ได้เห็นไม่ว่าในเมืองไทยหรือต่างประเทศ 
มันปลื้มปริ่มอย่างบอกไม่ถูก Smiling face with smiling eyesSmiling face with smiling eyesSmiling face with smiling eyes 
 

27 กรกฎาคม 2558

เที่ยว Leeds Castle...( The loveliest castle in the world )

วันนี้ขอรีวิวทริปที่ผ่านมา ได้ไปเที่ยว Leeds castle กับเพื่อนสาว 
ใช้เวลาครึ่งวัน เพลิดเพลินไปกับการชมปราสาท ดอกไม้ และการถ่ายรูป
"Leeds castle" เป็นปราสาทตั้งอยู่ที่เมือง Maidstone ในเขต Kent 
และได้รับการเรียกขานว่าเป็น 
"The loveliest castle in the world" 
เราใช้เวลาเดินทางประมาณ.1 ชม.ครึ่งจากลอนดอน กับการเดินทางโดยรถไฟ 
โดยไปลงที่สถานี Bearsted แล้วต่อ shuttle bus 
ที่ตรงสถานีนั่งต่อไปปราสาทอีกประมาณ 10 นาทีเท่านั้นเอง 
( รายละเอียดค่าตั๋วรถไฟเช็คราคาได้ที่ www.nationalrail.co.uk
 ส่วนค่าตั๋ว shuttle bus ราคาไป-กลับอยู่ที่ £ 5 
และหากใครอยากเดินทางด้วยรถบัสก็มีบริการ 
หรือหากจะเลือกมากับบริษัททัวร์ก็สะดวกไปอีกแบบ )




 
จากที่ได้ลองหาข้อมูลมา ส่วนมากเจ้าของที่ครอบครองปราสาทนี้ มักเป็นผู้หญิง ปราสาทนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี คศ 1119 โดยสร้างขึ้นเป็นที่พักของตระกูล Saxon ตระกูลนึง พอมาสมัยพระเจ้า Edward I ก็ปรับปรุงทำเป็นพระราชวัง ดำเนินมาสมัยพระเจ้า Henry VIII ก็ยกปราสาทนี้ให้กับภรรยาคนแรกคือพระนาง Catherine of Aragon และอีกทั้งปราสาทนี้ยังเคยเป็นที่กักบริเวณ พระนาง Elizabeth I ในช่วงก่อนขึ้นครองราชย์ด้วย จนมาถึงเจ้าของคนล่าสุด Lady Baillie ที่ได้ทำการบูรณะปราสาทครั้งใหญ่หลังจากที่ได้ซื้อมา และปราถนาให้ปราสาทยังคงมีชีวิตชีวาแม้ lady จะเสียชีวิตไป ได้มอบปราสาทนี้ให้เป็นที่สาธารณะ ให้ผู้คนได้เข้ามาเยี่ยมชม ห้องบางห้องในปราสาทยังใช้จัดการประชุมได้ ในสวนนอกจากดอกไม้และทิวทัศน์อันสวยงามแล้ว ยังมีกิจกรรมให้ร่วมกันทำเป็นครอบครัวได้ เพลิดเพลินกันไปทั้งวัน
 
ใครที่มาลอนดอน เที่ยวลอนดอนจนทั่วแล้วแต่ยังมีเวลาว่างครึ่งวันเหลือ ไม่รู้จะทำอะไรดี Leeds Castle เป็นสถานที่ที่ขอแนะนำค่ะ วันนี้จบทริปแบบแฮ้ปปี้...เจอกันทริปหน้าค่ะ Smiling face with smiling eyes